ความเห็นฉบับย่อ

ดูความเห็นฉบับเต็ม

นิยามคำว่า�หน่วยงานของรัฐ� ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ

บันทึก เรื่อง สถานภาพของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ -คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะพิเศษ) เรื่องเสร็จที่  237/2542

มาตรา 4 มาตรา 5 วรรคสอง พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

มาตรา 14 มาตรา 17 มาตรา 19 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

 

สำนักงาน กตล.มิได้เป็น หน่วยงานของรัฐ ตามนิยามในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด พ.ศ. 2539 แม้สำนักงานฯ จะเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นและมีอำนาจหน้าที่ตามความในมาตรา 14 มาตรา 17 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ก็ตาม แต่เนื่องจากสำนักงาน กตล.ไม่ได้เป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม และไม่เป็นราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ และไม่เป็นหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดทั้งพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้เป็นพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ

 



ความเห็นฉบับเต็ม

ดูความเห็นฉบับย่อ

เลขเสร็จ

เรื่องเสร็จที่ ๒๓๗/๒๕๔๒

 

บันทึก

เรื่อง  สถานภาพของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                  

 

สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือที่ นร ๑๓๐๕/๙๔๘๖ ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้หารือปัญหาข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ดังนี้

๑.  ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ. ๒๕๓๙ บัญญัติว่า หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย สำนักงานฯ ขอหารือว่าสำนักงานฯ เป็นหน่วยงานของรัฐตามความหมายแห่งนิยามดังกล่าวหรือไม่ หากสำนักงานฯ ยังมิได้อยู่ในความหมายของคำว่า หน่วยงานของรัฐ ขอให้พิจารณาด้วยว่ามาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ จะสามารถนำมาใช้ในกรณีที่บุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เอกชนได้หรือไม่

๒.  ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ. ๒๕๓๙ บัญญัติว่า เจ้าหน้าที่ หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะเป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด ซึ่งเมื่อพิจารณาจากบทนิยามดังกล่าว สำนักงานฯ ขอหารือว่า คณะกรรมการ ก.ล.ต. กรรมการ ก.ล.ต. พนักงานของสำนักงานฯ และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้สังกัดเป็นพนักงานของสำนักงานฯ จะอยู่ในความหมายของคำว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือไม่

ในกรณีที่พิจารณาแล้วเห็นว่า สำนักงานฯ ไม่เป็นหน่วยงานของรัฐตามบทนิยามในพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ และบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ อาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ขอให้มีการพิจารณาออกพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สำนักงานฯ เป็นหน่วยงานของรัฐตามความหมายในพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พนักงานเจ้าหน้าที่และพนักงานของสำนักงานฯ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเอกชนที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พิจารณาเห็นว่าพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ น่าจะเป็นประโยชน์และให้ความคุ้มครองต่อการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลดังกล่าวได้

สำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามข้อหารือดังกล่าวข้างต้นเป็นปัญหาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้ร่างและออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ด้วยสำนักนายกรัฐมนตรีจึงขอส่งข้อหารือของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาเพื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาข้อหารือดังกล่าวต่อไป

 

คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะพิเศษ) ได้พิจารณาข้อหารือและได้ฟังคำชี้แจงของผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรี (สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี) ผู้แทนกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แล้วเห็นว่า

๑. คำว่า หน่วยงานของรัฐ ตามนิยามในมาตรา ๔[๑] แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ หมายถึง หน่วยงาน ๓ ประเภทคือ

ประเภทที่ ๑ ได้แก่ กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น

ประเภทที่ ๒ ได้แก่ รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

ประเภทที่ ๓ ได้แก่ หน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

ฉะนั้น  จึงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่าสำนักงานฯ เป็นหน่วยงานประเภทหนึ่งประเภทใดในสามประเภทนี้หรือไม่ เมื่อพิจารณาตามประเด็นดังกล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่าสำนักงานฯ ไม่เป็นหน่วยงานประเภทที่ ๑ และหน่วยงานประเภทที่ ๓ ส่วนที่สำนักงานฯ จะเป็นหน่วยงานประเภทที่ ๒ หรือไม่นั้น เนื่องจากพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ไม่ได้ให้ความหมายของคำว่า รัฐวิสาหกิจ ไว้ เป็นการเฉพาะ ฉะนั้น จึงต้องพิจารณาความหมายที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่ารัฐวิสากิจย่อมหมายถึงวิสาหกิจของรัฐ คำว่า วิสาหกิจ นั้น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้ความหมายคำว่า วิสาหกิจ หมายถึง การประกอบกิจการเช่น การผลิต การขนส่ง และการจำหน่าย และเมื่อพิจารณาบทบาทและภารกิจของสำนักงานฯตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๙[๒] แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ จะเห็นว่าสำนักงานฯ มีอำนาจหน้าที่หลักในการกำกับดูแลในเรื่องหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการและการป้องกันการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อันทำให้สำนักงานฯ มีลักษณะเป็นองค์การที่ควบคุมและกำกับการดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามที่กฎหมาย กฎ ระเบียบที่รัฐกำหนดโดยไม่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการเชิงธุรกิจ เช่น การผลิต การขนส่งหรือการจำหน่ายแต่อย่างใด ฉะนั้น แม้สำนักงานฯ จะเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติก็ตาม สำนักงานฯ ก็ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจอันเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติก็ตาม สำนักงานฯ ก็ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจจะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทที่ ๒ ได้ กล่าวโดยสรุปก็คือ สำนักงานฯ ไม่เป็น หน่วยงานของรัฐ ตามนิยามในมาตรา ๔[๓] แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

๒. เมื่อสำนักงานฯ ไม่เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดทั้งพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้เป็นพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

 

 

(ลงชื่อ)   อักขราทร จุฬารัตน

(นายอักขราทร จุฬารัตน)

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

          เมษายน ๒๕๔๒

 

 



[๑] มาตรา ๔    ฯลฯ                                           ฯลฯ

หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาและให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

[๒] มาตรา ๑๔  ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายการส่งเสริมและพัฒนา ตลอดจนกำกับดูแลในเรื่องหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่ององค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการและการป้องกันการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อำนาจดังกล่าวให้รวมถึง

(๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้

(๒) กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับคำขออนุญาต คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาตหรือการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต

(๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ

(๔) ออกระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับเกี่ยวกับการพนักงาน ระบบพนักงานสัมพันธ์ การบรรจุแต่งตั้งถอดถอน และวินัยพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน การกำหนดเงินเดือนและเงินอื่นๆ รวมตลอดถึงการสงเคราะห์และสวัสดิการต่าง ๆ

(๕) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้

ฯลฯ                                          ฯลฯ

มาตรา ๑๗  ให้จัดตั้งสำนักงานขึ้นเรียกว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๑๙  ให้สำนักงานมีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติการใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการ ก.ล.ต. และปฏิบัติงานอื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้          อำนาจและหน้าที่ของสำนักงานตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึง

(๑) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่างๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง และเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้

(๒) กู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินและลงทุนหาผลประโยชน์

(๓) กำหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียนและการยื่นคำขอต่าง ๆ

(๔) รับค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และสำนักงานกำหนด

ทั้งนี้ เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสำนักงาน

[๓] โปรดดูเชิงอรรถที่ (๑)