ความเห็นฉบับย่อ

ดูความเห็นฉบับเต็ม

คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง, ความรับผิดทางละเมิด

บันทึก เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดกรณีไปรษณียภัณฑ์

สูญหาย คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) - เรื่องเสร็จที่ 193/2543

มาตรา 12 พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่  พ.ศ. 2539

ข้อ 8 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่  พ.ศ. 2539 

 

ในกรณีที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยทราบแน่ชัดว่าพนักงานการสื่อสารผู้ได้ที่กระทำละเมิด และพนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทยก็ได้ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนแล้ว การสื่อสารแห่งประเทศไทยจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดหรือไม่ เห็นว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ 8 วรรคหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบว่ามีการกระทำละเมิดเกิดขึ้นหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ เจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจะต้องรับผิดชดใช้เป็นจำนวนเท่าใด ในกรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดหลายคนเจ้าหน้าที่แต่ละคนมีสัดส่วนความรับผิดเป็นอย่างไร และความเสียหายที่เกิดขึ้นหน่วยงานของรัฐมีส่วนบกพร่องด้วยหรือไม่ เพื่อที่จะได้นำส่วนแห่งความรับผิดของหน่วยงานของรัฐไปหักออกจากค่าเสียหายที่จะเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้  ดังนั้น หน่วยงานจึงต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุละเมิดที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำให้ได้ความกระจ่าง แต่ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐทราบแน่ชัดว่า เจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคือผู้ใด ทราบจำนวนค่าเสียหายที่แน่นอน และเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดยินยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐแล้ว หน่วยงานของรัฐก็ไม่จำต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด

 



ความเห็นฉบับเต็ม

ดูความเห็นฉบับย่อ

เลขเสร็จ

 เรื่องเสร็จที่ ๑๙๓/๒๕๔๓

 

บันทึก

เรื่อง  การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด

กรณีไปรษณียภัณฑ์สูญหาย

                  

 

การสื่อสารแห่งประเทศไทยมีหนังสือ ที่ กสท. ๖๐๓ สต.(พส.)/๓๔๘๗ ลงวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๔๒ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอ หารือปัญหาข้อกฎหมายและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่  พ.ศ. ๒๕๓๙  กรณีผู้รับไปรษณียภัณฑ์ร้องเรียนว่าไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนต่างประเทศซึ่งบรรจุธนบัตร จำนวน ๑,๐๐๐ ดอยช์มาร์ก มาด้วยสูญหาย ขอให้การสื่อสารแห่งประเทศไทยชดใช้  การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบพบว่าไปรษณียภัณฑ์ดังกล่าวสูญหายไปขณะอยู่ในความครอบครองของพนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทยจำนวนสองคน จึงพิจารณาให้พนักงานดังกล่าวชดใช้เงินจำนวน ๑,๐๐๐ ดอยช์มาร์ก หรือเท่ากับเงินไทยจำนวน ๒๐,๒๒๐ บาท ให้แก่ผู้ร้องเรียน และพนักงานทั้งสองคนยินยอมชดใช้เงินจำนวนดังกล่าว แต่ขอให้การสื่อสารแห่งประเทศไทยทดรองจ่ายเงินให้แก่ผู้ร้องเรียนไปก่อนโดยขอให้การสื่อสารแห่งประเทศไทยอนุมัติให้ผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือน และข้อเท็จจริงปรากฏว่าพนักงานทั้งสองได้ชดใช้ค่าเสียหายมาแล้วบางส่วน  การสื่อสารแห่งประเทศไทยจึงขอหารือว่า กรณีเช่นนี้ผู้ว่าการการสื่อสารแห่งประเทศไทยจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามระเบียบดังกล่าวหรือไม่หรือควรให้ดำเนินการต่อไปอย่างไร

 

คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการกฤษฎีกา คณะพิเศษ) ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวโดยได้ฟังคำชี้แจงจากผู้แทนกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) และผู้แทนการสื่อสารแห่งประเทศไทยแล้ว ได้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า กรณีที่ไปรษณียภัณฑ์ดังกล่าวสูญหายนั้น  การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้พิจารณาเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนแรกเรื่องไปรษณียภัณฑ์สูญหาย  ส่วนที่ ๒ เรื่องเงินที่บรรจุในไปรษณียภัณฑ์สูญหาย  สำหรับส่วนแรกข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่าไปรษณียภัณฑ์ที่สูญหายอยู่ในความรับผิดชอบของการสื่อสารแห่งประเทศไทย การสื่อสารแห่งประเทศไทยจึงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่การไปรษณีย์เยอรมัน ณ ประเทศต้นทางไปแล้วเป็นจำนวน ๑,๑๕๔ บาท ตามประกาศการสื่อสารแห่งประเทศไทยเรื่องอัตราการชดใช้ค่าเสียหาย  สำหรับไปรษณียภัณฑ์และพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๔๑ ส่วนการบรรจุธนบัตรจำนวน ๑,๐๐๐ ดอยช์มาร์ก ในซองไปรษณียภัณฑ์นั้น เห็นว่า นอกจากเป็นการปฏิบัติที่ผิดระเบียบแล้วยังไม่อาจทราบได้ว่าไปรษณียภัณฑ์ที่สูญหายนั้นมีธนบัตรบรรจุมาจริงหรือไม่ จำนวนเท่าใด การสื่อสารแห่งประเทศไทยจึงไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายในส่วนนี้  ฉะนั้น ข้อเท็จจริงที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยหารือมานั้น จึงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กล่าวคือ การสื่อสารแห่งประเทศไทยเสียหายเพียง ๑,๑๕๔ บาท ไม่ใช่ ๒๐,๒๒๐ บาท(เท่ากับ ๑,๐๐๐ ดอยช์มาร์ก)

การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๘ วรรคหนึ่ง[๑] ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบว่ามีการกระทำละเมิดเกิดขึ้นหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ เจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจะต้องรับผิดชดใช้เป็นจำนวนเท่าใด ในกรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดหลายคนเจ้าหน้าที่แต่ละคนมีสัดส่วนความรับผิดเป็นอย่างไร และความเสียหายที่เกิดขึ้นหน่วยงานของรัฐมีส่วนบกพร่องด้วยหรือไม่ เพื่อที่จะได้นำส่วนแห่งความรับผิดของหน่วยงานของรัฐไปหักออกจากค่าเสียหายที่จะเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้  ดังนั้น หน่วยงานจึงต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุละเมิดที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำให้ได้ความกระจ่าง แต่ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐทราบแน่ชัดว่า เจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคือผู้ใด ทราบจำนวนค่าเสียหายที่แน่นอน และเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดยินยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐแล้ว หน่วยงานของรัฐก็ไม่จำต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด

กรณีที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยหารือมานั้น การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบจนทราบแน่ชัดแล้วว่า พนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทยที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคือผู้ใด ทราบจำนวนค่าเสียหายเป็นที่แน่นอน และเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ยินยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยผ่อนชำระให้แก่การสื่อสารแห่งประเทศไทยบางส่วนแล้ว การสื่อสารแห่งประเทศไทยจึงไม่มีความจำเป็นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึ้นอีก

 

 

 

(ลงชื่อ)  ชัยวัฒน์ วงศ์วัฒนศานต์

(นายชัยวัฒน์  วงศ์วัฒนศานต์)

รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทน

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เมษายน ๒๕๔๓

 

 



[๑] ข้อ ๘  เมื่อเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐแห่งใด และหัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งนั้น มีเหตุอันควรเชื่อว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐแห่งนั้น ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐดังกล่าวแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึ้นคณะหนึ่ง โดยไม่ชักช้า เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับผู้ต้องรับผิดและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่ผู้นั้นต้องชดใช้

ฯลฯ                                                        ฯลฯ