ความเห็นฉบับย่อ

ดูความเห็นฉบับเต็ม

การมอบอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

บันทึก เรื่อง การมอบอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 - คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) - เรื่องเสร็จที่ 738/2546

มาตรา 45 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546

 

เมื่อมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ได้บัญญัติเกี่ยวกับการมอบอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในกระทรวงศึกษาธิการไว้เป็นการเฉพาะ โดยตามมาตรา 45 (2) บัญญัติเกี่ยวกับการมอบอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ โดยมิได้บัญญัติให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการปฏิบัติราชการแทนได้แล้ว ปลัดกระทรวงศึกษาธิการจึงไม่อาจมอบอำนาจให้แก่ผู้อำนวยการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการปฏิบัติราชการแทนได้ และไม่อาจอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการฯ ที่จะนำความในมาตรา 38 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาใช้บังคับโดยอนุโลมเพื่อมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้

 



ความเห็นฉบับเต็ม

ดูความเห็นฉบับย่อ

เรื่องเสร็จที่ ๗๓๘/๒๕๔๖

เรื่องเสร็จที่ ๗๓๘/๒๕๔๖

 

บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เรื่อง  การมอบอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  พระราชบัญญัติระเบียบ

บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.. ๒๕๔๖*

                       

 

กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ศธ ๐๒๐๔/๗๒๙๙ ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๖ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความได้ว่า ด้วยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.. ๒๕๔๖ มาตรา ๔๕ () และ () บัญญัติว่า

มาตรา ๔๕ อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการหรือการดำเนินการอื่นที่ผู้ดำรงตำแหน่งใดในพระราชบัญญัตินี้จะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้น หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น หรือมิได้ห้ามเรื่องการมอบอำนาจไว้ ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นอาจมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนได้ โดยคำนึงถึงความเป็นอิสระ การบริหารที่คล่องตัวในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาและของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๔ () และ () ดังต่อไปนี้

ฯลฯ                                          ฯลฯ

() ปลัดกระทรวงอาจมอบอำนาจให้รองปลัดกระทรวง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงหรือเลขาธิการ อธิการบดีในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาในสังกัด หรือผู้อำนวยการสำนักเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

() เลขาธิการอาจมอบอำนาจให้รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ อธิการบดีในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาในสังกัด ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

ฯลฯ                                          ฯลฯ

จากบทบัญญัติดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้มิได้บัญญัติเรื่องการมอบอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้แก่ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานที่จะโอนมาตามมาตรา ๕๙ วรรคสองไว้อย่างชัดเจน จึงมีปัญหาว่า จะใช้กฎหมายข้อใดเป็นฐานในการมอบอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการครั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.. ๒๕๔๖ ได้บัญญัติว่า มาตรา ๔ ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติมาใช้บังคับแก่กระทรวงศึกษาธิการโดยอนุโลม เว้นแต่ในพระราชบัญญัตินี้จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นการที่มาตรา ๔ บัญญัติไว้เช่นนี้น่าจะมีความหมายว่า หากพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.. ๒๕๔๖ มิได้บัญญัติเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะแล้วก็ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. ๒๕๔๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องมาใช้โดยอนุโลม อาจเป็นการอุดช่องว่างหรือช่องโหว่ของกฎหมาย ดังนั้น การมอบอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาครั้งนี้ จึงน่าจะใช้มาตรา ๔ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๓๘ () แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.. ๒๕๓๔

กระทรวงศึกษาธิการ จึงขอหารือว่าความเห็นข้างต้นของกระทรวงศึกษาธิการถูกต้องตามหลักในเรื่องการมอบอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่ หากไม่ถูกต้อง เรื่องการมอบอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้แก่ผู้อำนวยการสำนักบริหารงาน (รวมทั้งผู้อำนวยการสำนักในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการควรจะต้องใช้ฐานของบทบัญญัติตามกฎหมายใดหรือควรจะมีวิธีปฏิบัติในเรื่องนี้อย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย

 

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าว ประกอบกับได้รับฟังคำชี้แจงจากผู้แทนกกระทรวงศึกษาธิการ (สำนักงานปลัดกระทรวง) แล้ว เห็นว่า เมื่อมาตรา ๔[๑] แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.. ๒๕๔๖ ได้บัญญัติไว้แล้วว่า การที่จะนำกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติในเรื่องใดมาใช้บังคับแก่กระทรวงศึกษาธิการโดยอนุโลมนั้น จะกระทำได้ก็แต่โดยที่พระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติในเรื่องนั้นไว้เป็นอย่างอื่น แต่กรณีที่กระทรวงศึกษาธิการหารือนี้เมื่อพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.. ๒๕๔๖ ได้บัญญัติเกี่ยวกับการมอบอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนตามมาตรา ๔๕[๒] ซึ่งเป็นการบัญญัติไว้ทำนองเดียวกันกับการมอบอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนในมาตรา ๓๘[๓] แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.. ๒๕๓๔ จึงเป็นกรณีที่ถือได้ว่าพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.. ๒๕๔๖ นี้ ได้บัญญัติเรื่องการมอบอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ดังนั้น เมื่อตามมาตรา ๔๕[๔] () แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.. ๒๕๔๖ บัญญัติเกี่ยวกับการมอบอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งอื่น โดยมิได้บัญญัติให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการปฏิบัติราชการแทนได้แล้ว ปลัดกระทรวงศึกษาธิการจึงไม่อาจมอบอำนาจให้แก่ผู้อำนวยการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการปฏิบัติราชการแทนโดยอาศัยบทบัญญัติมาตราดังกล่าวได้ และไม่อาจอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔[๕] แห่งพระราชบัญญัตินี้ที่จะนำความในมาตรา ๓๘ ()[๖] แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.. ๒๕๓๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม เพื่อมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการปฏิบัติราชการแทนได้ตามเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็ดี เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการอาจอาศัยบทบัญญัติมาตรา ๔๕ ()[๗] แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.. ๒๕๔๖ เสนอคณะรัฐมนตรีออกระเบียบกำหนดให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการสามารถมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการในสังกัดสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนได้

 

 

ลงชื่อ   พรทิพย์ จาละ

(นางสาวพรทิพย์ จาละ)

รองเลขาธิการฯ

รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พฤศจิกายน ๒๕๔๖



ส่งพร้อมหนังสือที่ นร ๐๙๐๑/๑๑๐๙ ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

[๑] มาตรา ๔ ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติมาใชับังคับแก่กระทรวงศึกษาธิการโดยอนุโลม เว้นแต่ในพระราชบัญญัตินี้จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

[๒] มาตรา ๔๕ อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการหรือการดำเนินการอื่นที่ผู้ดำรงตำแหน่งใดในพระราชบัญญัตินี้จะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใดหรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้น หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น หรือมิได้ห้ามเรื่องการมอบอำนาจไว้

  ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นอาจมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนได้ โดยคำนึงถึงความเป็นอิสระ การบริหารงานที่คล่องตัวในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาและของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่บัญญัติในมาตรา ๔๔ () และ () ดังต่อไปนี้

  () รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอาจมอบอำนาจให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวง เลขาธิการ หรือหัวหน้าส่วนราชการซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าอธิการบดีในสถานศึกษาของรัฐจัดการศึกษาระดับปริญญาในสังกัด หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

  () ปลัดกระทรวงอาจมอบอำนาจให้รองปลัดกระทรวง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง หรือเลขาธิการอธิการบดีในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาในสังกัด หรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

  () เลขาธิการอาจมอบอำนาจให้รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ อธิการบดีในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาในสังกัด ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

  () ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนักบริหารงาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงาน หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าอาจมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า

  () ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าอาจมอบอำนาจให้ข้าราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นในเขตพื้นที่การศึกษาที่ตนรับผิดชอบได้ตามระเบียบที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

  () ผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า อาจมอบอำนาจให้ข้าราชการในสถานศึกษาหรือในหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นได้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนด

  () ผู้ดำรงตำแหน่ง () ถึง () อาจมอบอำนาจให้บุคคลอื่นได้ตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนดการมอบอำนาจตามมาตรานี้ให้ทำเป็นหนังสือ

  คณะรัฐมนตรีอาจกำหนดให้มีการมอบอำนาจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ตลอดจนการมอบอำนาจให้ทำนิติกรรม ฟ้องคดี หรือดำเนินคดีแทนกระทรวงหรือส่วนราชการตามมาตรา ๑๐ หรือกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขในการมอบอำนาจให้ผู้มอบอำนาจหรือผู้รับมอบอำนาจตามวรรคหนึ่งต้องปฏิบัติก็ได้

[๓] มาตรา ๓๘ อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินการอื่น ที่ผู้ดำรงตำแหน่งใดจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้น หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น หรือมิได้ห้ามเรื่องการมอบอำนาจไว้ ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นอาจมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนได้ดังต่อไปนี้

ฯลฯ                                                        ฯลฯ

  () ปลัดกระทรวงอาจมอบอำนาจให้รองปลัดกระทรวง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อธิบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

  () ปลัดทบวงอาจมอบอำนาจให้รองปลัดทบวง ผู้ช่วยปลัดทบวง อธิบดีหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

() อธิบดีหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าอาจมอบอำนาจให้รองอธิบดี ผู้ช่วยอธิบดี ผู้อำนวยการกอง หัวหน้ากอง หัวหน้าส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าหรือผู้ว่าราชการจังหวัด

ฯลฯ                                                        ฯลฯ

[๔] โปรดดูเชิงอรรถที่ ๒, ข้างต้น

[๕] โปรดดูเชิงอรรถที่ ๑, ข้างต้น

[๖] โปรดดูเชิงอรรถที่ ๓, ข้างต้น

[๗] โปรดดูเชิงอรรถที่ ๒, ข้างต้น