ความเห็นฉบับย่อ

ดูความเห็นฉบับเต็ม

คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี

บันทึก เรื่อง คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) เรื่องเสร็จที่ 935/2547

มาตรา 48 นว  มาตรา 48 เบญจ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496

 

กฎหมายกำหนดให้รองนายกเทศมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างเดียวกับนายกเทศมนตรีโดยมิได้มีข้อยกเว้นไว้ จึงต้องถือว่ารองนายกเทศมนตรีจะต้องมีคุณสมบัติอย่างเดียวกับนายกเทศมนตรีทุกประการ  เมื่อนายกเทศมนตรีถูกกำหนดให้มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง รองนายกเทศมนตรีจึงต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้งเช่นเดียวกัน โดยไม่อาจแปลความโดยอนุโลมให้รองนายกเทศมนตรีมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันที่รองนายกเทศมนตรีได้รับการแต่งตั้งได้

 



ความเห็นฉบับเต็ม

ดูความเห็นฉบับย่อ

ร่าง

เรื่องเสร็จที่ ๙๓๕/๒๕๔๗

 

บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เรื่อง  คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี

                       

 

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีหนังสือ ที่ มท ๐๘๐๔.๓/๖๙๒๐ ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๗ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความได้ว่า เทศบาลนครนครปฐมได้หารือเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี กรณีที่นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครปฐมจะแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีเป็นผู้ช่วยเหลือในการบริหารราชการนั้น รองนายกเทศมนตรีจะต้องเป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์นับตั้งแต่เมื่อใด เนื่องจากมาตรา ๔๘ นว แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ บัญญัติว่า รองนายกเทศมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๘ เบญจ  ซึ่งมาตรา ๔๘ เบญจ บัญญัติว่า บุคคลผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นและต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง...ซึ่งในกรณีนี้เทศบาลนครนครปฐม เห็นว่า ความในมาตรา ๔๘ เบญจ (๑) ดังกล่าวนั้น น่าจะใช้บังคับกับเฉพาะบุคคลที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเท่านั้น  สำหรับรองนายกเทศมนตรีควรมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาแล้ว  มีความเห็นเช่นเดียวกับความเห็นของเทศบาลนครนครปฐม จึงขอหารือมาว่าความเห็นดังกล่าวถูกต้องหรือไม่

 

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวประกอบกับได้รับฟังคำชี้แจงจากผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น) และผู้แทนเทศบาลนครนครปฐมแล้ว มีความเห็นแตกต่างกันเป็นสองฝ่าย ดังนี้

ฝ่ายที่หนึ่ง  เห็นว่า  เมื่อตามมาตรา ๔๘ นว[๑] แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้รองนายกเทศมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๘ เบญจ[๒]  โดยไม่ได้กำหนดให้นำมาตรา ๔๘ เบญจ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม  ดังนั้น คุณสมบัติในเรื่องอายุของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี จึงต้องถือตามความใน (๑) ของมาตรา ๔๘ เบญจ  กล่าวคือ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้งนายกเทศมนตรี โดยไม่อาจอนุโลมให้นับอายุในวันแต่งตั้งได้ 

ฝ่ายที่สอง  เห็นว่า  แม้ตามมาตรา ๔๘ นว แห่งพระราชบัญญัติเทศบาลฯ จะมิได้บัญญัติให้นำมาตรา ๔๘ เบญจ มาใช้บังคับโดยอนุโลมก็ตาม  แต่หากได้พิจารณาเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ถือเอาวันเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเป็นวันกำหนดคุณสมบัติเรื่องอายุของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี จะเห็นได้ว่ามีความมุ่งหมายที่จะถือเอาวันที่ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีจะเข้าสู่ตำแหน่งเป็นเกณฑ์การพิจารณา ดังจะเห็นได้จากบทบัญญัติในมาตรา ๔๘ สัตต[๓] แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่บัญญัติให้การดำรงตำแหน่งของนายกเทศมนตรีเริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันเลือกตั้ง และด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายที่จะถือเอาวันเข้าสู่ตำแหน่งเป็นเกณฑ์การพิจารณาดังกล่าว การพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีสมควรที่จะพิจารณาในวันที่ได้มีการแต่งตั้ง อันเป็นวันที่รองนายกเทศมนตรีจะเข้าสู่ตำแหน่งด้วยเช่นกัน หากต้องพิจารณาย้อนกลับไปถึงวันเลือกตั้งนายกเทศมนตรีแล้ว จะทำให้การแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีทุกครั้งต้องกลับไปพิจารณาเกณฑ์อายุในวันเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเสมอ ซึ่งน่าจะไม่ใช่เจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาแล้ว เห็นว่า ประเด็นปัญหาข้างต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่มีผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน  ดังนั้น เพื่อให้เกิดความรอบคอบ จึงอาศัยอำนาจตามข้อ ๑๒[๔] ของระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการประชุมของกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒  จัดให้มีการประชุมร่วมกันของกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๑ และคณะที่ ๒ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย

 

คณะกรรมการกฤษฎีกา (ที่ประชุมร่วมกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๑ และคณะที่ ๒ ) ได้พิจารณาประเด็นปัญหาดังกล่าวแล้ว เห็นว่า การที่มาตรา ๔๘ นว[๕] แห่งพระราชบัญญัติเทศบาลฯ กำหนดให้รองนายกเทศมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๘ เบญจ[๖] โดยมิได้มีข้อยกเว้นไว้ จึงต้องถือว่ารองนายกเทศมนตรีจะต้องมีคุณสมบัติอย่างเดียวกับนายกเทศมนตรีทุกประการ  เมื่อนายกเทศมนตรีถูกกำหนดให้มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง รองนายกเทศมนตรีจึงต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้งเช่นเดียวกัน โดยไม่อาจแปลความโดยอนุโลมให้รองนายกเทศมนตรีมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันที่รองนายกเทศมนตรีได้รับการแต่งตั้งได้

 

 

(ลงชื่อ)   พรทิพย์  จาละ

(คุณพรทิพย์  จาละ)

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พฤศจิกายน ๒๕๔๗



ส่งพร้อมหนังสือ ที่ นร ๐๙๐๑/๑๙๕๘  ลงวันที่  ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๗  ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

[๑] มาตรา ๔๘  นว  รองนายกเทศมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๘ เบญจ

[๒] มาตรา ๔๘  เบญจ  บุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นและต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย

  (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง

ฯลฯ                                          ฯลฯ

[๓] มาตรา ๔๘  สัตต ให้นายกเทศมนตรีดำรงตำแหน่งนับแต่วันเลือกตั้งและมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

ฯลฯ                                          ฯลฯ

[๔] ข้อ ๑๒  ในกรณีที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะในหลายด้านหรือต้องการความรอบคอบในการพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจขอให้กรรมการกฤษฎีกาสองหรือสามคณะมาประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเป็นกรณีพิเศษก็ได้

ฯลฯ                                          ฯลฯ

[๕] โปรดดูเชิงอรรถที่ ๑, ข้างต้น

[๖] โปรดดูเชิงอรรถที่ ๒, ข้างต้น