ความเห็นฉบับย่อ

ดูความเห็นฉบับเต็ม

บันทึกคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่อง ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ

บันทึกคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่อง ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กับการลาออกของกรรมการตรวจรับพัสดุ : กรณีสำนักงานสถิติแห่งชาติ คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่องเสร็จที่ ๘๓๕/๒๕๕๕

มาตรา ๕ และมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

ข้อ ๓๔ และข้อ ๗๑ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕

ข้อ ๓๕ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๒

 

กรณีที่กรรมการตรวจรับพัสดุในการจัดซื้อครุภัณฑ์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติมีหนังสือลาออกจาการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ จะมีผลทำให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการตรวจรับพัสดุตามมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม่ อย่างไร

โดยที่มาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ เป็นบทบัญญัติที่กำหนดเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง ซึ่งการตรวจรับพัสดุของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตามข้อ ๗๑ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นเพียงขั้นตอนที่จะนำไปสู่การมีคำสั่งรับหรือไม่รับพัสดุ หรือมีคำสั่งปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้าง รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง จึงมิใช่กระบวนการพิจารณาทางปกครอง  ดังนั้น คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ จึงมิใช่คณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ส่วนปัญหาว่าจะนำบทบัญญัติมาตรา ๗๖ มาเทียบเคียงบังคับใช้โดยอนุโลมแก่กรณีของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในการจัดซื้อครุภัณฑ์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติได้หรือไม่ นั้น เมื่อพิจารณาถึงที่มาและสถานะของกรรมการตามข้อ ๓๔ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ และข้อ ๓๕ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๒ แล้ว สรุปหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลาออกของกรรมการตรวจรับพัสดุได้ ดังนี้

๑. กรรมการที่เป็นบุคลากรภายในส่วนราชการที่จัดซื้อพัสดุ การเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการในฐานะผู้บังคับบัญชา โดยหลักแล้วผู้เป็นกรรมการจึงไม่อาจลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และการลาออกจะต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าส่วนราชการก่อนจึงจะมีผลให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่

๒. กรรมการที่ไม่เป็นบุคลากรภายในส่วนราชการที่จัดซื้อพัสดุ

๒.๑ กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยส่วนราชการที่จัดซื้อพัสดุขอให้หน่วยงานอื่นอนุญาตให้บุคลากรในสังกัดมาปฏิบัติหน้าที่กรรมการตรวจรับพัสดุ การเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุของบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยงานที่ตนสังกัด หากผู้เป็นกรรมการประสงค์ที่จะลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดเสียก่อนจึงจะมีผลให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ และในการนี้จะต้องแจ้งผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ทราบถึงการลาออกด้วย

๒.๒ กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในฐานะส่วนตัว โดยส่วนราชการที่จัดซื้อพัสดุได้แต่งตั้งกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นการส่วนตัว ไม่ว่าจะมีการขออนุญาตจากหน่วยงานต้นสังกัดหรือไม่ก็ตาม ในกรณีเช่นนี้ การเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุของบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยส่วนตัว มิใช่การได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดให้ปฏิบัติหน้าที่ หากผู้เป็นกรรมการไม่ประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ย่อมมีสิทธิลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ และชอบที่จะนำมาตรา ๗๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาเทียบเคียงบังคับใช้โดยถือว่ากรรมการตรวจรับพัสดุพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เมื่อลาออก โดยไม่จำต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดหรือผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนแต่อย่างใด โดยกรณีที่กรรมการดังกล่าวมีหนังสือลาออกถึงผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้แต่งตั้งได้รับหนังสือลาออกแล้ว การลาออกย่อมมีผลนับแต่วันที่ได้กำหนดไว้ในหนังสือลาออกนั้น แต่จะระบุให้การลาออกมีผลย้อนหลังไม่ได้ หรือถ้ามิได้ระบุวันที่ประสงค์ลาออกไว้ การลาออกย่อมมีผลเมื่อมีการลงรับหนังสือลาออกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖

 

นางสาวณัฐพร  นิจเนตร/ย่อ

นายพลัฐวัษ  วงษ์พิริยชัย/ตรวจ



ความเห็นฉบับเต็ม

ดูความเห็นฉบับย่อ

เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) เพื่อพิจารณาในวันพุธ ที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑

                                                          เรื่องเสร็จที่ ๘๓๕/๒๕๕๕

 

บันทึกคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

เรื่อง ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
                           พ.ศ. ๒๕๓๙ กับการลาออกของกรรมการตรวจรับพัสดุ : กรณีสำนักงาน                          สถิติแห่งชาติ

                  

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ทก ๐๕๐๑/๑๐๔๐ ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอหารือเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการตรวจรับพัสดุ ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับเอกสารที่ส่งมาภายหลังด้วยแล้ว มีข้อเท็จจริง
สรุปได้
ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ดำเนินการจัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ระบบการประมวลผลโครงการขนาดใหญ่เพื่อทดแทนระบบเมนเฟรม
(Mainframe) โดยในการนี้ได้มีคำสั่ง ที่ ๐๐๔/๕๓/๒๓๖๗ (ทก/ว๑๑๘๖) ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในการจัดซื้อครุภัณฑ์ดังกล่าว ประกอบด้วยกรรมการจำนวน ๑๑ คน โดยคณะกรรมการฯ ได้ประชุมพิจารณา
เพื่อตรวจรับงานงวดที่หนึ่งแล้ว ปรากฏว่ากรรมการจำนวน ๓ คน มีความเห็นขัดแย้งกับกรรมการส่วนใหญ่ กรรมการเสียงข้างน้อยจำนวน ๓ คน จึงมีหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ
ขอลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่กรรมการตรวจรับพัสดุ ได้แก่ (๑) รองผู้อำนวยการสำนักงาน
สถิติแห่งชาติ ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (๒) ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ (๓) รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ในการนี้ผู้อำนวยการกลุ่มนิติการ สำนักงาน
สถิติแห่งชาติ ได้เสนอความเห็นต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารกลางว่า การลาออกของกรรมการ
ตรวจรับพัสดุทั้ง ๓ คน เป็นไปตามมาตรา ๗๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่กำหนดให้กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระเมื่อลาออก แต่ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลางได้ทักท้วงว่า ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ มิได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุไว้ ขณะที่มาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ บัญญัติเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการที่มีวาระการดำรงตำแหน่ง

ทั้งนี้ เนื่องจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ มิได้กำหนดเกี่ยวกับการลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการตรวจรับพัสดุไว้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจึงขอหารือว่า กรรมการตรวจรับพัสดุเป็นกรรมการตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ หรือไม่
และจะนำบทบัญญัติมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาปรับใช้กับการลาออกของกรรมการตรวจรับพัสดุได้หรือไม่

 

คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองได้พิจารณาปัญหาของสำนักงาน
สถิติแห่งชาติ โดยมีผู้แทนกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) และผู้แทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สำนักงานสถิติแห่งชาติ) เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงแล้ว
มีประเด็นต้องพิจารณาว่า กรณีที่กรรมการตรวจรับพัสดุในการจัดซื้อครุภัณฑ์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติมีหนังสือขอลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ จะมีผลทำให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการตรวจรับพัสดุตามที่กำหนดในมาตรา ๗๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม่ อย่างไร ซึ่งเห็นว่า โดยที่มาตรา ๗๖[๑] แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ
ทางปกครองฯ เป็นบทบัญญัติ
ที่กำหนดเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง กรณีจึงมีปัญหาต้องพิจารณาว่า กรรมการตรวจรับพัสดุเป็นกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองหรือไม่ ในปัญหานี้เห็นว่า มาตรา ๕[๒] แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ได้กำหนดบทนิยามคำว่า
การพิจารณาทางปกครอง ว่าหมายถึง การเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง  ดังนั้น กรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองจึงต้องมีอำนาจเตรียมการและดำเนินการ
เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง สำหรับกรรมการตรวจรับพัสดุ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย
การพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๗๑[๓] กำหนดให้มีหน้าที่ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา
โดยกรณีที่พัสดุถูกต้องครบถ้วน ก็ให้รับไว้แล้วส่งเรื่องต่อเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อเบิกจ่ายเงินและรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ หากพัสดุมีรายละเอียดไม่เป็นไปตามสัญญา ก็ให้รายงานหัวหน้า
ส่วนราชการเพื่อทราบหรือสั่งการ ถ้าพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวนหรือครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ก็ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้อง และรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแจ้งผู้ขายหรือ
ผู้รับจ้างทราบ โดยไม่ตัดสิทธิส่วนราชการที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และกรณีที่กรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุโดยทำความเห็นแย้งไว้
ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าส่วนราชการสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้
จึงดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ซึ่งการที่หัวหน้าส่วนราชการมีคำสั่งรับหรือ
ไม่รับพัสดุ หรือมีคำสั่งปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้าง รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง
เป็นการดำเนินการตามข้อกำหนดในสัญญา มิใช่การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่จะเป็น
�คำสั่งทางปกครอง� ตามมาตรา ๕[๔] แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ  ดังนั้น
การตรวจรับพัสดุ
ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุอันเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่การมีคำสั่งรับหรือ
ไม่รับพัสดุ หรือมีคำสั่งปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้าง รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง จึง
มิใช่กระบวนการพิจารณาทางปกครอง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการพัสดุฯ จึงมิใช่คณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง กรณีตามข้อหารือนี้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในการจัดซื้อครุภัณฑ์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ที่ว่าด้วยการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระของกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง

ส่วนปัญหาว่าจะนำบทบัญญัติมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ  ทางปกครองฯ มาเทียบเคียงบังคับใช้โดยอนุโลมแก่กรณีของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในการจัดซื้อครุภัณฑ์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติได้หรือไม่ นั้น เห็นว่า คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ มีลักษณะเป็นคณะกรรมการภายในส่วนราชการที่หัวหน้า  ส่วนราชการแต่งตั้งขึ้นตามข้อ ๓๔[๕] แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง และรายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าส่วนราชการภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งตามข้อ ๓๕[๖] วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย
การพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๗)
พ.ศ. ๒๕๕๒ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุประกอบด้วยกรรมการที่แต่งตั้งจากบุคลากรภายใน
ส่วนราชการที่จัดซื้อพัสดุนั้นเอง และบางกรณีอาจมีการแต่งตั้งบุคคลภายนอกส่วนราชการที่จัดซื้อพัสดุมาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุด้วยก็ได้  ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงที่มาและสถานะของกรรมการ
แต่ละประเภทแล้ว อาจสรุปหลักเกี่ยวกับการลาออกของกรรมการตรวจรับพัสดุได้ ดังนี้

๑. กรรมการที่เป็นบุคลากรภายในส่วนราชการที่จัดซื้อพัสดุ การเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการในฐานะผู้บังคับบัญชาเพื่อให้งานของส่วนราชการสำเร็จลุล่วง โดยหลักแล้วผู้เป็นกรรมการจึงไม่อาจลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และ    การลาออกจะต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าส่วนราชการเสียก่อนจึงจะมีผลให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่

๒. กรรมการที่ไม่เป็นบุคลากรภายในส่วนราชการที่จัดซื้อพัสดุ อาจแยกพิจารณาได้เป็นสองกรณี ดังนี้

    ๒.๑ กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยส่วนราชการที่จัดซื้อพัสดุขอให้หน่วยงานอื่นอนุญาตให้บุคลากรในสังกัดมาปฏิบัติหน้าที่กรรมการตรวจรับพัสดุ   ในกรณีเช่นนี้ การเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุของบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยงานที่ตนสังกัด หากผู้เป็นกรรมการประสงค์ที่จะลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดเสียก่อนจึงจะมีผลให้พ้นจาก
การปฏิบัติหน้าที่ และในการนี้จะต้องแจ้งผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ทราบถึงการลาออกด้วย

    ๒.๒ กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในฐานะส่วนตัว โดยส่วนราชการที่จัดซื้อพัสดุ
ได้ทาบทามบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นการส่วนตัว ไม่ว่าจะมีการขออนุญาตจากหน่วยงานต้นสังกัดหรือไม่ก็ตาม ในกรณีเช่นนี้ การเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุของบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยส่วนตัว มิใช่การได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดให้ปฏิบัติหน้าที่ หากผู้เป็นกรรมการไม่ประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ย่อมมีสิทธิลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ และชอบที่จะนำมาตรา ๗๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาเทียบเคียงบังคับใช้โดยถือว่ากรรมการตรวจรับพัสดุพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เมื่อลาออก โดยไม่จำต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดหรือผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนแต่อย่างใด โดยกรณีที่กรรมการดังกล่าวมีหนังสือลาออกถึงผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้แต่งตั้งได้รับหนังสือลาออกแล้ว การลาออกย่อมมีผลนับแต่วันที่ได้กำหนดไว้ในหนังสือลาออกนั้น แต่จะระบุให้การลาออกมีผลย้อนหลังไม่ได้ หรือถ้ามิได้ระบุวันที่ประสงค์ลาออกไว้ การลาออกย่อมมีผล
เมื่อมีการลงรับหนังสือลาออกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖  
ทั้งนี้ เทียบเคียงตามแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องเสร็จที่ ๒๖๓/๒๕๒๕
[๗],
๓๗๒/๒๕๒๕
[๘] และ ๒๖๖/๒๕๒๙[๙]

 

 

 

                                                       (นายอัชพร  จารุจินดา)

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

          กรกฎาคม ๒๕๕๕                                                 



                        [๑]มาตรา ๗๖  นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

  (๑) ตาย

  (๒) ลาออก

  (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย

  (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

  (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

  (๖) มีเหตุต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

[๒]มาตรา ๕  ในพระราชบัญญัตินี้

                        ฯลฯ                               ฯลฯ

                          การพิจารณาทางปกครอง หมายความว่า การเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง

                                                ฯลฯ                               ฯลฯ

[๓]ข้อ ๗๑  คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีหน้าที่ดังนี้

  (๑) ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุนั้น หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง

  การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลง จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการก่อน

  (๒) ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้ สำหรับกรณีที่มีการทดลองหรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์ จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุนั้นมาให้คำปรึกษา หรือส่งพัสดุนั้นไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒินั้น ๆ ก็ได้

  ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ

  (๓) โดยปกติให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่ง และให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

  (๔) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พัสดุพร้อมกับทำใบตรวจรับ
โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อยสองฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ

เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลังและรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ

  ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบ มีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลง
ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี

                                                                                              (มีต่อหน้าถัดไป)

(ต่อจากเชิงอรรถที่ ๓)

                          (๕) ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวน หรือส่งมอบครบจำนวน แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้อง
โดยถือปฏิบัติตาม (๔) และโดยปกติให้รีบรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน
๓ วันทำการ นับแต่วันตรวจพบ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์ของส่วนราชการที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบ
ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น

  (๖) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือหน่วย ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุนั้น และโดยปกติให้รีบรายงานหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓ วันทำการนับแต่วันที่ตรวจพบ

  (๗) ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุ โดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าส่วนราชการสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดำเนินการตาม (๔) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี

[๔]มาตรา ๕  ในพระราชบัญญัตินี้

                        ฯลฯ                               ฯลฯ

  คำสั่งทางปกครอง หมายความว่า              

                          (๑) การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล
ไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และ
การรับจดทะเบียน แต่ไม่หมายความรวมถึงการออกกฎ

  (๒) การอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง

ฯลฯ                               ฯลฯ      

[๕]ข้อ ๓๔  ในการดำเนินการซื้อหรือจ้างแต่ละครั้ง ให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้ พร้อมกับกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี คือ

  (๑) คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

  (๒) คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา

  (๓) คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา

  (๔) คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ

  (๕) คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

                          (๖) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

                          (๗) คณะกรรมการตรวจการจ้าง

                          ให้คณะกรรมการแต่ละคณะรายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าส่วนราชการภายในระยะเวลา  ที่กำหนด ถ้ามีเหตุที่ทำให้การรายงานล่าช้า ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาขยายเวลาให้ตามความจำเป็น

[๖]ข้อ ๓๕  คณะกรรมการตามข้อ ๓๔ แต่ละคณะ ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการอื่นอย่างน้อยสองคน ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย หรือพนักงานของรัฐ
โดยคำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสำคัญ ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการจะแต่งตั้งบุคคลอื่นอีกไม่เกินสองคนร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้

                        ฯลฯ                               ฯลฯ

[๗]บันทึก เรื่อง ขอหารือข้อกฎหมายเกี่ยวกับการลาออกของกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ส่งพร้อมหนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปกปิด ด่วนมาก ที่ สร. ๐๖๐๑/๑๗๔๑ ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๒๕ ถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

[๘]บันทึก เรื่อง การลาออกของประธานกรรมการองค์การเหมืองแร่ (มาตรา ๑๗ (๒) แห่ง      พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเหมืองแร่ พ.ศ. ๒๕๒๐) ส่งพร้อมหนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่ สร. ๐๖๐๑/๒๐๙๕ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๒๕ ถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

[๙]บันทึก เรื่อง การลาออกจากตำแหน่งของสมาชิกสภาจังหวัดโดยมีเงื่อนไข (ตีความมาตรา ๑๒ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘) ส่งพร้อมหนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๑/๑๒๒๙ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี