ความเห็นฉบับย่อ

ดูความเห็นฉบับเต็ม

บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง การแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแทนตำแหน่งที่ว่างลง - คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๗) � เรื่องเสร็จที่ ๙๕๑/๒๕๕๖

บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง การแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแทนตำแหน่งที่ว่างลง - คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๗) � เรื่องเสร็จที่ ๙๕๑/๒๕๕๖

มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ๑๘ แห่งกฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔

 

กรณีกรรมการผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ การดำเนินแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลงจะสามารถใช้วิธีเลื่อนลำดับผู้สมัครที่ได้คะแนนเลือกตั้งในลำดับถัดไปขึ้นมาแทนได้หรือไม่

มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้คณะกรรมการฯ ประกอบด้วย (๑) กรรมการโดยตำแหน่ง (๒) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง และ (๓) ผู้แทนเกษตรกรซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้ง โดยการแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรนั้น มาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเกษตรกรซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกองค์กรเกษตรกรในสี่ภูมิภาคเป็นผู้แทนเกษตรกร โดยวิธีการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔ และในกรณีผู้แทนเกษตรกรพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ มาตรา ๑๘ กำหนดให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเกษตรกรในภูมิภาคนั้นเป็นกรรมการแทน จะเห็นได้ว่าพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรฯ และกฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรฯ มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการขึ้นบัญชีเกษตรกรซึ่งไม่ได้รับเลือกตั้ง หรือการเลื่อนลำดับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกรซึ่งได้คะแนนเลือกตั้งในลำดับถัดไปมาแทนกรรมการที่ว่างลงไว้ต่างจากกฎหมายอื่นบางฉบับ เช่น พระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๓  ดังนั้น กรณีที่กรรมการผู้แทนเกษตรพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีจะต้องแต่งตั้งเกษตรกรที่มาจากการเลือกตั้งตามวิธีการและขั้นตอนที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรฯ โดยไม่สามารถเลื่อนลำดับผู้สมัครซึ่งได้คะแนนเลือกตั้งในลำดับถัดไปมาแทนได้

 



ความเห็นฉบับเต็ม

ดูความเห็นฉบับย่อ

บันทึกความเห็นเจ้าหน้าที่

เรื่องเสร็จที่ ๙๕๑/๒๕๕๖

 

บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เรื่อง การแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุน

ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแทนตำแหน่งที่ว่างลง·

 

                  

 

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้มีหนังสือ ที่ กฟก ๐๑๐๐/๒๗๕๘
ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๖ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
พ.ศ. ๒๕๔๒ มีหน้าที่และวัตถุประสงค์ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร คือ ด้านการฟื้นฟูอาชีพ
การแก้ไขปัญหาหนี้สิน และพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างต่อเนื่องและเป็นอิสระ
โดยมีคณะกรรมการ
กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งความในมาตรา ๑๒ บัญญัติให้ �คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือ
รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนสิบเอ็ดคน และผู้แทนเกษตรกรจำนวนยี่สิบคนเป็นกรรมการ ให้เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นกรรมการและเลขานุการ�

โดยในส่วนของการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้แทนเกษตรกรจำนวนยี่สิบคน นั้น
ตามมาตรา ๑๓ บัญญัติให้ �รัฐมนตรีแต่งตั้งเกษตรกรซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกองค์กรเกษตรกร
ในสี่ภูมิภาค อย่างน้อยภูมิภาคละสองคน ส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกเกษตรกร
ในแต่ละภูมิภาค� และตามความในมาตรา ๑๖ บัญญัติให้ �กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและ
ผู้แทนเกษตรกรมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี� การเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรจึงเป็น
การดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและ
การเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๔ และตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เรื่อง กำหนดจำนวนผู้แทนเกษตรกรที่จะพึงมีในแต่ละภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๕๕

การเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรจากสมาชิกองค์กรเกษตรกรจำนวนยี่สิบคน
เพื่อเข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรชุดปัจจุบันนั้น ได้กำหนดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๕ เมื่อสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้รับผลการนับคะแนนของการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรครบทุกเขตเลือกตั้งแล้ว จึงได้ประกาศรายชื่อบุคคลผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น
ผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๕ และต่อมาได้มีคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ ๓๗๒/๒๕๕๕
เรื่อง แต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ แต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกองค์กรเกษตรกร
ในสี่ภูมิภาคเป็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประกอบด้วย

๑. ภูมิภาคที่หนึ่ง (ท้องที่จังหวัดในภาคเหนือ) จำนวนห้าคน

๒. ภูมิภาคที่สอง (ท้องที่จังหวัดในภาคกลาง) จำนวนสี่คน

๓. ภูมิภาคที่สาม (ท้องที่จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวนเจ็ดคน

๔. ภูมิภาคที่สี่ (ท้องที่จังหวัดในภาคใต้) จำนวนสี่คน

ต่อมาปรากฏว่านายรณชิต ทุ่มโมง กรรมการผู้แทนเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ได้เสียชีวิตลง เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๕ และนายรุสดี บินหะยีสะมะแอ กรรมการผู้แทนเกษตรกรภาคใต้ ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ จึงทำให้จำนวนกรรมการในสัดส่วนของผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรว่างลงสองตำแหน่งจากจำนวนยี่สิบตำแหน่ง

คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ประชุมพิจารณาประเด็นข้อขัดข้องดังกล่าวในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๕ ในระเบียบวาระที่ ๕.๘ โดยมีความเห็นเกี่ยวกับกรณีตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ที่บัญญัติว่า �ในกรณีที่กรรมการ
ซึ่งเป็นผู้แทนเกษตรกรพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเกษตรกรในภูมิภาคนั้น
เป็นกรรมการแทน โดยให้ดำเนินการ ตามมาตรา ๑๓ โดยอนุโลม� และมาตรา ๑๓
วรรคหนึ่ง
ที่บัญญัติว่า
การแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรตามมาตรา ๑๒ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเกษตรกรซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกองค์กรเกษตรกรในสี่ภูมิภาค อย่างน้อยภูมิภาคละสองคน ส่วนที่เหลือให้เป็น
ไปตามสัดส่วนของสมาชิกเกษตรกรในแต่ละภูมิภาค
โดยมีความเห็นเป็นสองแนวทางดังนี้

ความเห็นที่หนึ่ง สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เห็นว่าการที่
นายรณชิต ทุ่มโมง กรรมการผู้แทนเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เสียชีวิตลง เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๕ และการที่นายรุสดี บินหะยีสะมะแอ กรรมการผู้แทนเกษตรกรภาคใต้ ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ นั้น เป็นกรณีการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตามมาตรา ๑๗ คือ (๑) ตาย และ (๒) ลาออก ซึ่งมาตรา ๑๘ วรรคสอง บัญญัติให้ รัฐมนตรีแต่งตั้งเกษตรกรในภูมิภาคนั้นเป็นกรรมการแทน โดยให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๓ โดยอนุโลม ซึ่งสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีความเห็นว่า การจะดำเนินการแต่งตั้งเกษตรกรแทนได้ จะต้อง
จัดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรก่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงจะมีอำนาจแต่งตั้งเกษตรกรที่ได้รับเลือกตั้งในภูมิภาคนั้น ๆ แทนเกษตรกรที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

ความเห็นที่สอง เห็นว่า เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกร จึงเห็นควรให้เลื่อนผู้ได้รับคะแนนในการเลือกตั้งลำดับถัดไปขึ้นมาแทนกรรมการที่เสียชีวิตลง และแทนกรรมการที่ได้ลาออกไป ทั้งนี้ เนื่องจากหากจะใช้วิธีเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรในแต่ละภูมิภาค ปัจจุบันกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีงบประมาณไม่เพียงพอและหากจะใช้วิธีเลือกตั้งดังกล่าวจะต้องใช้เงินในการจัดการเลือกตั้งประมาณ ๕๐ ล้านบาท

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นไปตาม
ที่กฎหมายกำหนด คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจึงมีมติมอบหมายให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรทำหนังสือหารือประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อวินิจฉัยและให้ความเห็น

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจึงหารือในประเด็นกรณีที่กรรมการผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจำนวนสองคน ได้พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระดังกล่าวว่า การดำเนินการแต่งตั้งเกษตรกรเป็นกรรมการแทนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้น สามารถใช้วิธีเลื่อนลำดับ
ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกรที่ได้คะแนนเลือกตั้งในลำดับถัดไปขึ้นมาแทนกรรมการ
ที่เสียชีวิตลงและแทนกรรมการที่ได้ลาออกไป ได้หรือไม่ หากไม่สามารถใช้วิธีเลื่อนลำดับได้
การแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรเข้ามาเป็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
มีวิธีการหรือขั้นตอนการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างไร

 

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๗) ได้พิจารณาข้อหารือของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สำนักงานปลัดกระทรวง)
และผู้แทนสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่า มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติ
กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนสิบเอ็ดคน และผู้แทนเกษตรกรจำนวนยี่สิบคน
เป็นกรรมการ จึงเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการซึ่งมีที่มาแตกต่างกัน กล่าวคือ (๑) กรรมการโดย
ตำแหน่ง (๒) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง และ
(๓) ผู้แทนเกษตรกรซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้ง

สำหรับการแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรนั้น มาตรา ๑๓[๑] แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเกษตรกรซึ่งได้รับเลือกตั้ง
จากสมาชิกองค์กรเกษตรกรในสี่ภูมิภาคเป็น
ผู้แทนเกษตรกร โดยให้การแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งตามข้อ ๑๗[๒] แห่งกฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและ
การเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔ กำหนดให้
ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกรซึ่งได้คะแนนเลือกตั้งมากที่สุดเรียงตามลำดับลงมาจนครบจำนวนผู้แทนเกษตรกรที่จะพึงมีได้
ในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกร
และในกรณีที่ผู้แทนเกษตรกรพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ มาตรา ๑๘ วรรคสอง[๓] แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
พ.ศ.
๒๕๔๒ กำหนดให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเกษตรกรในภูมิภาคนั้นเป็นกรรมการแทน โดยให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๓ โดยอนุโลม แต่พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒
และ
กฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔ มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการขึ้นบัญชีเกษตรกรซึ่งไม่ได้รับเลือกตั้งหรือการเลื่อนลำดับผู้สมัครรับเลือกตั้ง
เป็นผู้แทนเกษตรกรซึ่งได้คะแนนเลือกตั้งในลำดับถัดไปมาแทนกรรมการที่ว่างลงไว้ดังที่ปรากฏในกฎหมายอื่นบางฉบับ เช่น
พระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๓[๔] พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓[๕] และพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๗
[๖] จึงเป็นการแสดงให้เห็นว่า กรณีที่กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนเกษตรกรพ้นจากตำแหน่ง
ก่อนวาระ
บทบัญญัติมาตรา ๑๘ วรรคสอง ประสงค์ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นผู้ใช้อำนาจในการแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกร และเกษตรกรซึ่งได้รับการแต่งตั้งต้องเป็นเกษตรกร
ที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกองค์กรเกษตรกรในสี่ภูมิภาค  ดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า
ผู้แทนเกษตรกรภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ (นายรณชิตฯ) ตาย และผู้แทนเกษตรกรภาคใต้ (นายรุสดีฯ) ลาออก อันเป็นกรณีที่กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนเกษตรกรพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งตามที่ปรากฏในประกาศสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เรื่อง ผลการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๕ เท่านั้น โดยเหตุนี้จึงต้องดำเนินการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรตามวิธีการหรือขั้นตอนที่กำหนดใน
กฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔
เฉพาะภูมิภาคที่สามและภูมิภาคที่สี่ เพื่อให้ได้ครบตามจำนวนผู้แทนเกษตรกรที่จะพึงมีในแต่ละภูมิภาคตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดจำนวนผู้แทนเกษตรกรที่จะพึงมี
ในแต่ละภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๕๕  ฉะนั้น จึงไม่สามารถเลื่อนลำดับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกรซึ่งได้คะแนนเลือกตั้งในลำดับถัดไปมาแทนได้แต่อย่างใด  ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา ๑๘ วรรคสอง ประกอบกับมาตรา ๑๓
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒

 

 

(นายอัชพร  จารุจินดา)

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กรกฎาคม ๒๕๕๖



                        ส่งพร้อมหนังสือ ที่ นร ๐๙๐๑/๑๒๖๓ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

[๑]มาตรา ๑๓  การแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรตามมาตรา ๑๒ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเกษตรกรซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกองค์กรเกษตรกรในสี่ภูมิภาค อย่างน้อยภูมิภาคละสองคน ส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามสัดส่วน
ของสมาชิกเกษตรกรในแต่ละภูมิภาค

  การแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

[๒]ข้อ ๑๗  ให้ผู้สมัครซึ่งได้คะแนนเลือกตั้งมากที่สุดเรียงตามลำดับลงมาจนครบจำนวน
ผู้แทนเกษตรกรที่จะพึงมีได้ในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกร

  ในกรณีที่มีผู้สมัครได้คะแนนเลือกตั้งเท่ากันหลายคนอันเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับ
ผู้ได้รับเลือกตั้งได้ ให้ผู้สมัครที่ได้คะแนนเลือกตั้งเท่ากันจับสลากเพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกตั้งครบจำนวนที่จะพึงมี
ในเขตเลือกตั้งนั้น โดยทำสลากเท่าจำนวนผู้สมัครที่จะต้องจับสลาก เป็นสลากซึ่งมีข้อความว่า �ได้รับเลือกตั้ง� เท่ากับจำนวนผู้แทนเกษตรกรที่จะพึงมีหรือยังขาดอยู่ นอกนั้นเป็นสลากซึ่งมีข้อความว่า �ไม่ได้รับเลือกตั้ง�
ผู้ใดได้สลากซึ่งมีข้อความว่า �ได้รับเลือกตั้ง� ผู้นั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกร

  การจับสลากให้กระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าเลขาธิการ เมื่อถึงเวลาการจับสลากแล้ว หากผู้สมัครที่จะต้องจับสลากไม่มา ณ สถานที่จับสลาก ให้เลขาธิการเป็นผู้จับสลากแทนผู้ที่ไม่มา และให้เลขาธิการ
บันทึกแสดงผลของการจับสลากไว้เป็นหลักฐาน

[๓]มาตรา ๑๘  ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรี
อาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระ
ที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

  ในกรณีที่กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนเกษตรกรพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเกษตรกรในภูมิภาคนั้นเป็นกรรมการแทน โดยให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๓ โดยอนุโลม

[๔]มาตรา ๖  การได้มาซึ่งสมาชิกตามมาตรา ๕ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

                        ฯลฯ                               ฯลฯ

  (๔) ให้บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกของแต่ละกลุ่มตาม (๓) ประชุมกัน เพื่อทำการคัดเลือกกันเองตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการสรรหากำหนดให้ได้บุคคลผู้ที่จะเป็นสมาชิก ตามจำนวนที่จะพึงมีได้
ตามที่กำหนดสำหรับกลุ่มนั้น ๆ ทั้งนี้ ให้บุคคลผู้ได้รับคะแนนลำดับรองลงไปจำนวนสิบคนแรกของแต่ละกลุ่ม
เป็นผู้ได้รับการบรรจุในบัญชีรายชื่อสำรองของแต่ละกลุ่มนั้น ๆ

                        ฯลฯ                               ฯลฯ

[๕]มาตรา ๑๐  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

  (๑) ตาย

  (๒) ลาออก

ฯลฯ                               ฯลฯ

  ในกรณีที่กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้ง
กรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างและให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน

  การแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างก่อนครบวาระของกรรมการฝ่ายลูกจ้าง ให้แต่งตั้งจากประธานสหภาพแรงงาน ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งที่อยู่ลำดับถัดไปของการเลือกตั้งคราวที่กรรมการซึ่งพ้น
จากตำแหน่งก่อนครบวาระได้รับเลือกตั้ง

[๖]มาตรา ๓๗  ในการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก)
ให้ผู้ซึ่งได้รับคะแนนมากตามลำดับลงมาตามจำนวนที่กำหนดไว้เป็นผู้ได้รับเลือก

  ในกรณีที่มีผู้ได้รับเลือกหลายคนได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับ
ผู้รับเลือกตามจำนวนที่จะพึงมีได้ ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจทำการจับสลากเพื่อให้ได้รับเลือก
จนครบจำนวน

  ให้ขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ซึ่งไม่ได้รับเลือก ซึ่งอยู่ในอันดับถัดจากผู้ได้รับเลือกลงมาตามลำดับ
ตามจำนวนที่ ก.ตร. เห็นสมควรไว้ด้วย